นี่คือเรื่องเล่าประวัติศาสตร์และมิติต่างๆ ของ "บ้านหนองกระทุ่ม" ที่ประมวลและจับใจความอย่างละเอียดจากบันทึกการประชุมชุมชนครอบคลุมทุกเรื่องราวของหมู่บ้านครับ
1. ข้อมูลพื้นฐานและอาณาเขตบ้านหนองกระทุ่ม ตั้งอยู่ ณ หมู่ที่ 3 ตำบลตูมใหญ่ อำเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ อยู่ห่างจากตัวอำเภอ 33 กิโลเมตร และห่างจากตัวจังหวัด 25 กิโลเมตร หมู่บ้านมีพื้นที่รวมทั้งหมดประมาณ 1,750 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่อยู่อาศัย 450 ไร่ พื้นที่ทำการเกษตร (ทำนา ทำไร่ ทำสวน) 1,265 ไร่ และพื้นที่สาธารณะเช่นสระน้ำอีก 45 ไร่ ปัจจุบันมีประชากรอาศัยอยู่ 667 คน (ชาย 307 คน หญิง 360 คน) รวมทั้งสิ้น 143 ครัวเรือน อาณาเขตของหมู่บ้านเชื่อมโยงกับชุมชนอื่น ๆ ดังนี้:
ทิศเหนือ: ติดต่อกับ บ้านหนองกระทุ่มนอก หมู่ที่ 14 ตำบลตูมใหญ่
ทิศตะวันออก: ติดต่อกับ บ้านหนองสระ ตำบลโนนขวาง อำเภอบ้านด่าน
ทิศตะวันตก: ติดต่อกับ บ้านสวายสอ หมู่ที่ 2 ตำบลตูมใหญ่
ทิศใต้: ติดต่อกับ บ้านนาฝาย ตำบลบ้านด่าน อำเภอบ้านด่าน
2. ตำนานการอพยพและที่มาของชื่อ "หนองกระทุ่ม"เรื่องราวการตั้งถิ่นฐานของชาวบ้านหนองกระทุ่มเต็มไปด้วยการดิ้นรนและการเดินทาง บรรพบุรุษดั้งเดิมของหมู่บ้านอพยพมาจากจังหวัดสุรินทร์เป็นหลัก โดยในระยะแรกได้มาปักหลักตั้งถิ่นฐานอยู่ที่ "บ้านคูบัว" แต่ต่อมาเกิดวิกฤตการณ์โรคเรื้อนระบาดอย่างร้ายแรงในหมู่บ้านคูบัว ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากและเกิดความแตกตื่น ชาวบ้านจึงต้องอพยพย้ายถิ่นฐานหนีโรคระบาดมาอยู่ที่ "บ้านสวายสอ" ทว่าการอยู่ที่บ้านสวายสอก็พบกับอุปสรรคอีกครั้ง เนื่องจากเกิดความแห้งแล้ง แหล่งน้ำที่มีอยู่ไม่เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค ชาวบ้านจึงตัดสินใจย้ายถิ่นฐานอีกครั้งมายังพื้นที่ปัจจุบัน ซึ่งในขณะนั้นเป็นบริเวณที่มี "หนองน้ำขนาดใหญ่" ทำให้มีน้ำเพียงพอต่อการดำรงชีวิต และที่สำคัญคือมี "ต้นกระทุ่มขนาดใหญ่" ขึ้นตระหง่านอยู่ตรงกลางหนองน้ำนั้น ชาวบ้านจึงถือเอาต้นไม้ต้นนี้เป็นสัญลักษณ์ และตั้งชื่อหมู่บ้านแห่งนี้ว่า "บ้านหนองกระทุ่ม" สืบมาจนถึงปัจจุบัน บรรพบุรุษและต้นตระกูลหลักที่บุกเบิกหมู่บ้าน คือกลุ่มตระกูลที่มาจากสุรินทร์ โดยเฉพาะนามสกุล "ดีชัยรัมย์" และ "รื่นรำ" ซึ่งต่อมานามสกุลดีชัยรัมย์ได้มีการสะกดเพี้ยนไปบ้างตามการจดทะเบียน เช่น กลายเป็น เดชรัมย์ หรือ เดชัย แต่ทั้งหมดล้วนมีรากเหง้าและเป็นพี่น้องกันทั้งหมู่บ้าน
3. ทำเนียบผู้นำชุมชนตั้งแต่ก่อตั้งหมู่บ้านจนถึงปัจจุบัน บ้านหนองกระทุ่มมีผู้นำที่คอยดูแลบำบัดทุกข์บำรุงสุขรวมทั้งสิ้น 11 ท่าน ดังนี้
ผู้ใหญ่เมาะ รื่นรำ (พ.ศ. 2437 - 2457)
ผู้ใหญ่สดี ชัยรัมย์ (พ.ศ. 2457 - 2474)
ผู้ใหญ่ทองดี ชัยรัมย์ (พ.ศ. 2474 - 2494)
ผู้ใหญ่รุน เยรัมย์ (พ.ศ. 2494 - 2504)
ผู้ใหญ่เบน จะเชิญรัมย์ (พ.ศ. 2504 - 2509)
ผู้ใหญ่สมัย อุทัยมา (พ.ศ. 2509 - 2513)
ผู้ใหญ่บุญมี ดีชัยรัมย์ (พ.ศ. 2512 - 2542)
ผู้ใหญ่ไทยบ่อกู้ พรภิญโญยิ่ง (พ.ศ. 2542 - 2564)
ผู้ใหญ่สนอง เดชรัมย์
ผู้ใหญ่สมศักดิ์ พรภิญโญยิ่ง
ผู้ใหญ่สมพาน เบญจมาศ (ผู้ใหญ่บ้านคนปัจจุบัน)
4. ความเชื่อ ศาสนา และภูมิปัญญาท้องถิ่นชาวบ้านหนองกระทุ่มยังคงมีความเชื่อในเรื่องจิตวิญญาณและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยมีการประกอบพิธีกรรมที่ผสมผสานกันระหว่างศาสนาพุทธ พราหมณ์ และความเชื่อดั้งเดิมแบบขอม หมู่บ้านมีปราชญ์ชาวบ้านและผู้สืบทอดภูมิปัญญาที่สำคัญ เช่น:นายชยาภร ดีชัยรัมย์: ผู้นำทางศาสนพิธีในงานมงคลและอวมงคลของชุมชน นายสวัสดิ์ ชงรำ: ผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรและสามารถอ่านเขียนภาษาขอมโบราณได้ หมอพื้นบ้านด้านการต่อกระดูก: มีผู้เชี่ยวชาญอย่าง นายแกะ ชาติรำ, นายดัน, และนายเพ็ง เดชรัมย์ ซึ่งใช้น้ำมนต์และน้ำมันแผนโบราณในการรักษาอาการกระดูกหัก โดยมีกฎข้อห้ามสำคัญคือ หมอเหล่านี้จะไม่สามารถเป่ารักษาคนในสายเลือดครอบครัวเดียวกันได้ และมักจะถ่ายทอดวิชาให้กับผู้อื่นที่อยู่นอกครอบครัว หรือใช้วิธี "ครูพักลักจำ" #นวัตกรรมทางสังคม (การปฏิรูปงานศพ): ปัจจุบัน ผู้นำชุมชนได้ริเริ่มค่านิยมใหม่เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของเจ้าภาพงานศพ เช่น ผู้ใหญ่บ้านจะเป็นผู้นำในการไม่รับประทานอาหารและไม่ดื่มสุราในงานศพ นอกจากนี้ยังมีการตกลงกันในชุมชนที่จะนำเงิสาธารณประโยชน์ที่ได้จากงานศพ มอบเข้าเป็นกองทุนส่วนกลางเพื่อใช้ซ่อมแซมและบำรุงรักษาเมรุเผาศพแทน
5. เศรษฐกิจ การทำมาหากิน และวิถีชีวิตชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมและรับจ้างทั่วไป โดยรายได้เฉลี่ยของประชากรตามเกณฑ์ความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) นั้น ถือว่าผ่านเกณฑ์มาตรฐานและสูงกว่า 40,000 บาทต่อคนต่อปี ในด้านการส่งเสริมอาชีพ ชุมชนกำลังเตรียมจัดตั้งกลุ่มอาชีพใหม่เพื่อสร้างรายได้เสริม ได้แก่:กลุ่มทำแหนมหมู/ส้มต่อน: โดยใช้วัตถุดิบเป็นเนื้อหมูและกระดูกหมู กลุ่มประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์: ซึ่งเป็นอาชีพที่มีตลาดรองรับและสามารถใช้วัสดุในท้องถิ่น (เช่น ต้นธูป) มาประยุกต์ทำได้ ในด้านความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ชาวบ้านเข้าถึงโทรศัพท์มือถือและอินเทอร์เน็ตได้มากถึง 90% และมีบ้านเรือนหลายหลังที่ติดตั้งกล้องวงจรปิดส่วนตัวรวมแล้วกว่า 10 ตัว
6. ปัญหาสังคมและการจัดการของชุมชนความปลอดภัยในทรัพย์สิน: หมู่บ้านหนองกระทุ่มมีความสงบสุขในด้านนี้เป็นอย่างมาก ปัจจุบันไม่มีปัญหาโจรขโมยหรือการลักทรัพย์ในหมู่บ้านเลย ปัญหายาเสพติด: ถือเป็นปัญหาใหญ่ที่แทรกซึมอยู่ในกลุ่มเยาวชนและวัยแรงงาน แต่ผู้นำชุมชนมีวิธีการแก้ไขปัญหาที่น่าสนใจ คือการไม่ใช้วิธีจับกุมหรือส่งไปบำบัดแล้วให้กลับมาอยู่ในสภาพแวดล้อมเดิม แต่ใช้วิธี "ส่งไปทำงานต่างจังหวัด" (เช่น อยุธยา) เพื่อดึงกลุ่มเสี่ยงออกจากสภาพแวดล้อมและเพื่อนฝูง โดยผู้ใหญ่บ้านยินดีใช้เงินส่วนตัวเป็นค่าเดินทางและค่าตั้งตัวให้กับเยาวชนเหล่านั้น ซึ่งถือเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุและเห็นผลได้ชัดเจน สุขภาพจิต: ชุมชนมีรายงานพบผู้ป่วยจิตเวชเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ส่วนใหญ่เกิดจากปัญหาทางพันธุกรรม มากกว่าการเกิดจากผลพวงของยาเสพติด และผู้ป่วยไม่มีพฤติกรรมรุนแรง กำลังพลอาสาสมัคร: ปัจจุบันหมู่บ้านไม่มีผู้ปฏิบัติหน้าที่ อปพร. (อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน) อย่างจริงจัง จึงมีแผนเตรียมจัดหาบุคลากรและฝึกอบรมใหม่จำนวน 12 คน (คิดเป็นร้อยละ 2 ของประชากร) เพื่อดูแลความสงบและช่วยเหลือด้านสาธารณภัย
7. วิสัยทัศน์และการพัฒนาในอนาคตเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับแผนพัฒนาหมู่บ้าน ชุมชนได้เสนอโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและภูมิทัศน์ที่สำคัญ ได้แก่:โครงการสร้างอัตลักษณ์หมู่บ้าน: วางแผนปรับปรุงภูมิทัศน์รอบหนองน้ำกลางหมู่บ้าน และปลูก "ต้นกระทุ่ม" ซึ่งเป็นต้นไม้สัญลักษณ์ของหมู่บ้าน เพื่อเป็นลานออกกำลังกาย เป็นมรดกตกทอดให้ลูกหลาน และสร้างจุดเด่นให้ชุมชน โครงการไฟฟ้าส่องสว่าง: เสนอขอรับงบประมาณจัดซื้อระบบไฟส่องสว่างแบบโซลาร์เซลล์ เพื่อแก้ไขปัญหาไฟสาธารณะไม่เพียงพอและลดปัญหาการดึงไฟฟ้าระบบเดิมมาใช้ โครงการประปาต่อเนื่อง 4 ปี: แผนพัฒนาและก่อสร้างหอถังน้ำประปาแชมเปญ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจ่ายน้ำในหมู่บ้าน
ข้อมูล ธรรม ธรรม์ธวัช กรกฎาคม 2569
X
ข่าวสาร / กิจกรรม

ประวัติศาสตร์และมิติต่างๆ ของ "บ้านหนองกระทุ่ม" 14 กรกฎาคม 2569 11:19 น.
จำนวนผู้เข้าชม : 6
